เว็บไซต์ทางหลวง ติดต่อสำนัก เข้าระบบ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ครม. ไฟเขียวมอเตอร์เวย์ 3 สายรวด วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท
25/09/2558 - 15:07

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2558 อนุมัติโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ จำนวน 3 เส้นทาง วงเงินลงทุนรวม 160,400 ล้านบาท แยกเป็น

1.สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. เงินลงทุน 20,200 ล้านบาท จะเริ่มประมูลปลายปี 2558-ต้นปี 2559 กำหนดแล้วเสร็จปี 2561 จะใช้เงินกองทุนมอเตอร์เวย์ก่อสร้าง จำนวน 14,200 ล้านบาท ส่วนค่าเวนคืนที่ดิน 6,000 ล้านบาทจะใช้เงินงบประมาณ ในปี 2558 มีผูกพันไว้แล้วจำนวน 1,400 ล้านบาท 2.สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม.เงินลงทุน 84,600 ล้านบาท และ3.สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กม. เงินลงทุน 55,620 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 สายนี้ทางกระทรวงการคลังจะไปจัดหาเงินกู้ให้กรมทางหลวงมาดำเนินการ คาดว่าจะเริ่มประมูลปี 2559 ก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2562

“หลังครม.อนุมัติแล้ว กรมทางหลวงซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนสำหรับจัดทำทีโออาร์ประมูลก่อสร้าง แต่สิ้นปีนี้น่าจะมีสายพัทยา-มาบตาพุดที่จะเริ่มออกประกาศประมูลได้ก่อนเป็นสายแรก “

ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจิน ยอมรับว่า โครงการต่างๆของกระทรวงคมนาคมที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อขอการอนุมัติโครงการ อาจจะยังไม่มีโครงการไหนสามารถประมูลได้ทันในปีนี้ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ  ก่อนถึงจะดำเนินการได้ทำให้เปิดประมูลก่อสร้างล่าช้าไปจากแผนเดิมคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2558 ตะขยับไปเป็นปี 2559

อย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี)สายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง)และสายสีส้ม(ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี)จะปรับแผนการเปิดประมูลไปเป็นไตรมาสที่2ของปี 2559 

นายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)กล่าวว่า การเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 3 สายทาง จะแบ่งสัญญาก่อสร้างเป็นหลายสัญญา เพื่อกระจายงาน คาดว่าค่าก่อสร้างต่อสัญญาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500-2,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการก่อสร้างและสภาพพื้นที่ เช่น ทางต่างระดับ เป็นต้น


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ของทางหลวง วงเงินลงทุนรวม 84,600 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ด้วยวิธีการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างวงเงินค่าก่อสร้าง 77,970 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลัง (กค.) ดำเนินการระดมทุนจากแหล่งเงินทุนภายในประเทศที่เหมาะสม เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการ  ทั้งนี้ ให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของโครงการให้แก่กรมทางหลวง ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป
     
สำหรับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี –นครราชสีมา เป็นทางแนวใหม่ตามมาตรฐานทางหลวงพิเศษขนาด 4 – 6 ช่องจราจร ระยะทางรวม 196 กิโลเมตร มีแนวเส้นทางเริ่มต้นต่อเชื่อมกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก) ที่ทางแยกต่างระดับ บริเวณบางปะอิน ผ่านอำเภอวังน้อย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอหนองแค อำเภอเมือง อำเภอแก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 

โดยกรมทางหลวงได้ออกแบบให้มีการควบคุมการเข้าออกอย่างสมบูรณ์ มีด่านเก็บค่าผ่านทางระบบปิด (คิดตามระยะทาง) 9 แห่ง มีศูนย์บริการทางหลวง 1 แห่ง สถานีบริการทางหลวง (Service Area) 2 แห่ง และที่พักริมทางหลวง (Rest Area) 5 แห่ง ในตำแหน่งที่เหมาะสมตลอดแนวสายทาง ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการแล้วเสร็จเมื่อปี 2547 

โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 รวมทั้งกรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จในปี 2551 สำหรับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ประกาศในราชกิจจานุกเบกษาเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2556 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2556     

แหล่งข่าว:  ประชาชาติธุรกิจ   http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1436865861

สารคดีสองข้างทางหลวง ออกอากาศผ่านช่องทาง Youtube
26/01/2558 - 17:53

สารคดีสองข้างทางหลวง ออกอากาศผ่านช่องทาง Youtube ช่อง DOH Channel 

ปล. https://www.youtube.com/user/DOHChannel/feed

ร่างพระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์ฯ
22/01/2558 - 10:42

ขอเชิญประชาชนร่วมประชาพิจารณ์ ร่างพระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ.........  เพื่อขยายขอบเขตการใช้เงินค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่ดิน ค่าทดแทนการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการก่อสร้างหรือขยายทางหลวง การก่อสร้างขยาย บูรณะ และบำรุงรักษาทางบริการที่จัดให้มีเมื่อมีการปิดทางหลวงหรือทางอื่นใดที่มีอยู่เดิมเนื่องจากมีทางหลวงพิเศษที่กำหนดให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมตัดผ่าน 

โดยสามารถแสดงความคิดเห็นและส่งได้ที่ E-mail : legal@doh.go.th

ปล. http://www.doh.go.th/spaw2/uploads/files/348-21-01-58.pdf

สถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2550-2557
07/01/2558 - 11:28

กรมทางหลวงได้รวบรวมสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2550-2557 พบว่า

มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 7,324 ราย มีผู้เสียชีวิต 1,677 ราย บาดเจ็บ 9,306 ราย ลักษณะบริเวณการเกิดอุบัติเหตุ ทางตรง 4,825 ราย คิดเป็นร้อยละ 65.88 ทางโค้ง ปกติ 1,028 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.04 ทางแยกยกระดับเดียวกัน 593 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.09 บริเวณอื่นๆ 878 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.99
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางหลวง แยกตามประเภทสายทาง ได้แก่ ทางหลวง 1 หลักเกิดอุบัติเหตุ 1,517 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.71 ทางหลวง 2 หลัก 1,299 ราย คิดเป็นร้อยละ 17.74 ทางหลวง 3 หลัก 2,283 ราย คิดเป้นร้อยละ 31.16 และทางหลวง 4 หลัก 2,226 ราย คิดเป็นร้อยละ 30.39
สำหรับยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ อันดับ 1 ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 4,171 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.53 อันดับ 2 รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ 3,135 ราย คิดเป็นร้อยละ 25.95 อันดับ 3 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 2,785 ราย คิดเป็นร้อยละ 23.05 และยานพาหนะอื่นๆ (รวมคนเดินเท้า) 1,989 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.47
ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับ 1 ได้แก่ ขับรถเร็วเกินอัตราที่กำหนด จำนวน 3,623 ราย คิดเป็นร้อยละ 49.47 อันดับ 2 ตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 1,068 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.58 อันดับ 3 เมาสุรา จำนวน 777 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.61 สาเหตุอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 25.34
และเมื่อพิจารณาถึงมาตรการการบังคับใช้กฏหมาย โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง พบว่า มีสถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดข้อหาต่างๆ 191,762 ราย แยกเป็นความผิดไม่สวมหมวกนิรภัย 19,637 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.24 ขับรถขณะเมาสุรา 5,502 ราย ร้อยละ 2.87 ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 17,666 ราย ร้อยละ 9.21 ขับรถเร็วเกินอัตราที่กำหนด 105.192 ราย ร้อยละ 54.86
จากสถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่มีสาเหตุอะไร เพราะฉะนั้นก่อนออกเดินทาง ควรตั้งสติก่อนสตาร์ต ขับรถด้วยความไม่ประมาท มีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางทั้งตัวเราเองและผู้อื่น

ปล.แหล่งข้อมูลจาก https://www.facebook.com/departmentofhighway

ยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์ ช่วงปีใหม่
26/12/2557 - 16:41

กรมทางหลวง (ทล.) มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน โดยเตรียมยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี) หรือมอเตอร์เวย์ และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (สายบางปะอินบางพลี) เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในสายทางที่ออกและเข้ากรุงเทพฯและปริมณฑล โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 16.00 น.- วันที่ 4 มกราคม 2558 เวลา 24.00 น.

<<หน้าที่แล้ว    1    หน้าต่อไป>>

กลับสู่ด้านบน